posted on 25 Nov 2007 21:54 by bourgeoissongs in time
แล้ววันเพ็ญ เดือนสิบสอง ก็เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับฉัน นี่เป็นการลอยกระทงครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
สายน้ำยังไหลไปไม่ยอมหยุดนิ่ง
เช่นเดียวกันกับระยะเวลาอันเคลื่อนคล้อยไปบนเส้นทางชีวิตของฉัน
เมื่อลองหันมองย้อนกลับหลัง
มีผู้คนจำนวนมากมายที่ห่างหายไปจากชีวิต
ทั้งที่เคยลอยกระทงชมดอกไม้ไฟร่วมเรียงเคียงกันมา
บางคนเพียงแค่เดินทางไปบนถนนคนละเส้น
ทว่าบางคนลาลับดับสูญ
งานลอยกระทงน่ะหรือ
อาจเป็นแค่ประเพณีประดิษฐ์อีกชนิดหนึ่งก็เท่านั้น
แต่ธรรมชาติและสายน้ำต่างหาก
ที่บ่งบอกถึงความเป็นอนิจจัง
อันเป็นสัจจะสูงสุดแห่งชีวิต
posted on 24 Oct 2007 22:51 by bourgeoissongs in cafe
ร้านกาแฟร้านเดิม
แต่ความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น
จุดจบจะถูกข้ามพ้น
ด้วยมนต์รักอันหอมกรุ่น
กาแฟสองถ้วยใหม่
จับหัวใจรักละมุน
อิงแอบผ่านไออุ่น
เป็นรสที่ไม่คุ้นเคย
มืออ่อนนุ่มของเธอแตะบ่าฉัน
ภายนอกดูอดกลั้นและนิ่งเฉย
ภายในใช่ละเลย
เพียงแต่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกไป
จมดิ่งสู่ภวังค์
พลังรักอันยิ่งใหญ่
ยามมีเธอชิดใกล้
อยู่ข้างในร้านกาแฟ
edit @ 24 Oct 2007 22:52:43 by กระฎุมพีนิรนาม
posted on 16 Oct 2007 22:38 by bourgeoissongs in poeticnews
สุดฉงนฉงายใจ
เพื่อนิพพานใด?
สงฆ์ท่านพลีกายบูชา
ทหารหาญมุ่งใช้ศรัสตรา
หมายมั่นเข่นฆ่า
ศรัทธาสงฆ์ท่านมิสูญ
เลือดหลั่งกลับไม่อาดูร
พระธรรมเกื้อกูล
โน้มนำพลังฝูงชน
กี่ร่างแล้วที่ร่วงหล่น
กลางเสียงสวดมนต์
กู่ร้องร่ำหาเสรี
นิพพานใดใดก็ดี
ประโยชน์บ่มี
หากหมู่ประชาทุกข์ตรม
โชยเลือดคละคลุ้งหมักหมม
ลอยมาตามลม
ยังเบื้องบูรพาวิถี
สู่ผู้คนที่มั่งมี
ชีวีสุขี
แต่หัวใจสุดเฉยชา
ไม่เห็นการผลาญชีวา
ปิดหูปิดตา
ล้างฆ่าคือเรื่องสามัญ
ขอเพียงแค่เหตุเหล่านั้น
มิบังเกิดพลัน
ในชาติบ้านเมืองของเรา
พระพุทธจึงเหลือเพียงเงา
พระธรรมบางเบา
พระสงฆ์ดั่งไร้ตัวตน
เปลวเทียนควันธูปเกลื่อนกล่น
เสียงสวดอึงอล
ดลผลสู่นิพพานใด?